นางสุพรรณวษา โชติกญาณ ถัง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ได้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CU Technology Management and Innopreneurship Program - CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เมืองออร์ฮูส เมื่อระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และที่กรุงโคปนเฮเกนและพื้นที่ใกล้เคียงเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU) ซึ่งเป็นส่วนงานในสังกัดสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่มีภารกิจในการเชื่อมโยงนวัตกรรม ความร่วมมือทางธุรกิจ และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างไทยและเดนมาร์ก เป็นผู้อำนวยความสะดวกนัดหมายกับหน่วยงานภาครัญและเอกชนของเดนมาร์กที่เกี่ยวข้อง
เอกอัครราชทูตฯ และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับคณะจากหลักสูตร CUTIP ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของเมืองออร์ฮูส เมืองใหญ่อันดับ ๒ ของเดนมาร์ก ที่มุ่งเป้าสู่การเป็นศูนย์กลาง (hub) ด้านนวัตกรรมของเดนมาร์ก โดยมีจุดเด่นได้แก่ ระบบนิเวศในการบ่มเพาะนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และมีการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public – Private Partnerships – PPP) ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เมืองอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย
(๑) ITK (Innovation, Teknologi og Kreativitet) ซึ่งเป็นแผนกหนี่งในเทศบาลเมืองออร์ฮูส มีหน้าที่พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบ open source ในการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีองค์ประกอบสำคัญได้แก่ Center for Innovation in Aarhus (CFIA) ที่ทำงานในรูปแบบหุ้นส่วนร่วมกับแผนกอื่น ๆ ในเทศบาล ภาควิชาการ และประชาชนทั่วไป เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม และ Aarhus City Lab ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบและจัดแสดงนวัตกรรม smart city solutions ที่เป็นผลจากจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในเมืองออร์ฮูส อาทิ การทดลองการใช้หุ่นยนต์เพื่อให้บริการต่าง ๆ (เช่น ขนส่ง และทำความสะอาด เป็นต้น) ในพื้นที่สาธารณะของเทศบาล ทั้งนี้ ITK ตั้งอยู่ที่ DOKK1 ซึ่งเป็นอาคารในรูปแบบ citizen house ซึ่งรวมหน่วยงานราชการสำคัญ ห้องสมุด และพื้นที่สาธารณะไว้ในอาคารเดียวกัน เพื่อความสะดวกของประชาชนในการเข้าถึง และเป็นหนึ่งใน landmark สำคัญของเมืองในบริเวณที่เคยซบเซาให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ
(๒) INCUBA ซึ่งเป็นอุทธยานวิทยาศาสตร์และศูนย์กลางด้านนวัตกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของดูแล Aarhus University Research Foundation (AUFF) มีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะและสนับสนุนการพัฒนาของธุรกิจ startups และ spinoffs ที่มาจากการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการให้เช่าพื้นที่สำนักงานและให้บริการที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจ การจัดหลักสูตรเพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจ (acceleration program) การเชื่อมโยงบริษัทกับนักลงทุน และการสนับสนุนพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างบริษัทต่าง ๆ ที่เครือ INCUBA ในโอกาสนี้ ทางคณะยังได้รับฟังการบรรยายจากบริษัทประสบความสำเร็จที่ใช้บริการของ INCUBA ได้แก่ บริษัท Mindway AI (ให้บริการระบบ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมการพนันที่ผิดปกติสำหรับบริษัทรับพนันออนไลน์) บริษัท ARAS (ให้บริการปรับห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการพัฒนาผลิตพันธ์ให้เป็นระบบดิจิตัล) และบริษัท SCALGO (ให้บริการระบบที่ใช้ตรวจวัดปริมาณและแนวทางการไหลของน้ำฝนเพื่อช่วยการบริหารจัดการน้ำ)
(๓) The Kitchen ซึ่งเป็นศูนย์กลางและหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ startups ในสังกัดมหาวิยาลัยออร์ฮูส โดยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนักศึกษาและนักวิจัยในการพัฒนาผลการวิจัยไปสู่การจัดตั้งเป็นบริษัท startups และสนับสนุนให้บริษัทประสบความสำเร็จ โดยการจัดสรรพื้นที่ให้นักศึกษาและนักวิจัยบริหารจัดการบริษัทของตน พร้อมให้คำแนะนำจากคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้ที่ประสบความสำเร็จในอดีต โดยทางคณะได้รับฟังการบรรยายจากนักศึกษาปริญญาเอกเกี่ยวกับการทำโครงการวิจัยชื่อ LAB99 ภายใต้ Junior Innovator Project ของ the Kitchen โดยโครงการวิจัยดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจ Startups ที่ไม่ใช่ Unicorn ด้านเทคโนโลยี ให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ The Kitchen มีจุดเด่นในการสร้างบริบทที่เอื้ออำนวยในการบ่มเพาะธุรกิจ startups จากภาควิชาการ โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในมหาวิยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีให้มหาวิทยาลัยในประเทศไทยนำไปปรับใช้
สำหรับการศึกษาดูงานที่กรุงโคเปนเฮเกนและพื้นที่ใกล้เคียง คณะได้เข้าศึกษาดูงานที่ ARGO ซึ่งเป็นโรงงานเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและความอบอุ่นซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองรอสคิลด์ ห่างจากกรุงโคเปนเฮเกน ๔๐ กิโลเมตร โดยเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการเผาขยะประสิทธิภาพสูงที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย รวมถึงการปรับปรุงโรงงานเพื่อมุ่งสู่การดักจับคาร์บอน ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวผลิตไฟฟ้าให้กว่า ๖๕,๐๐๐ ครัวเรือน และผลิตนำร้อนเพื่อระบบให้ความอบอุ่นครอบคลุมกว่า ๔๐,๐๐๐ หลังคาเรือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมเพื่อผลิตพลังงานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้เข้ารับฟังการบรรยายจากผู้แทน United Nations Environment Programme (UNEP) ที่อาคาร UN City ที่กรุงโคเปนเฮเกน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ UNEP Copenhagen Climate Center (UNEP CCC) ในการถ่ายโอนเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาโดนอาศัยแนวทาง Technology Need Assessment (TNA) ซึ่งในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการดำเนินความร่วมมือกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ของไทยในการทำ TNA นี้
การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะอาจารย์และนิสิตได้สอบถามและเรียนรู้แนวทางของเดนมาร์กในการพัฒนา บ่มเพาะและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม รวมถึงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทั้งภาครัฐและเอกชนเดนมาร์กที่ประสบความสำเร็จในการนำผลงานการวิจัยไปพัฒนาไปต่อยอดในการให้บริการประชาชนและเชิงธุรกิจต่อไป ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานฝ่ายเดนมาร์ก เพื่อเป็นรากฐานของความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต
ในโอกาสเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ เอกอัครราชทูตฯ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะอาจารย์และนิสิต ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต และคู่สมรสเข้าร่วม โดยได้หารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับหลักสูตร CUTIP และหัวข้อวิทยานิพนธ์ของนิสิต ซึ่งครอบคุลมหัวข้อที่หลากหลาย อาทิ การจัดการขยะ การจัดการด้านความสะอาดและสุขอนามัย และการสินค้าที่มาจากนวัตกรรม