เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในฐานะประธานคณะกรรมการอาเซียน ณ กรุงโคเปนเฮเกน ได้นำคณะเอกอัครราชทูตอาเซียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอาเซียน เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานที่ Kalundborg Symbiosis

เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในฐานะประธานคณะกรรมการอาเซียน ณ กรุงโคเปนเฮเกน ได้นำคณะเอกอัครราชทูตอาเซียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอาเซียน เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานที่ Kalundborg Symbiosis

วันที่นำเข้าข้อมูล 23 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 23 มี.ค. 2569

| 9 view
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 นางสุพรรณวษา โชติกญาณ ถัง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ในฐานะประธานคณะกรรมการอาเซียน ณ กรุงโคเปนเฮเกน ได้นำคณะเอกอัครราชทูตอาเซียน ได้แก่ นาง Siti Nugraha Mauludiah เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย นาง Nguyen Le Thanh เอกอัครราชทูตเวียดนาม และนาย Pablito A. Mendoza ว่าที่เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำเดนมาร์ก รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอาเซียน เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานที่ Kalundborg Symbiosis ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมพึ่งพา (Industrial Symbiosis) แห่งแรกของโลก
 
ในการนี้ คณะทูตอาเซียนได้เรียนรู้รูปแบบความร่วมมือระหว่างบริษัทภาครัฐกับเอกชนที่แบ่งปันทรัพยากร เช่น น้ำ พลังงาน และของเสียจากการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ประหยัดน้ำและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียนของอาเซียน (ASEAN Circular Economy Framework) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืน
 
นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมบริษัท Unibio ซึ่งใช้เทคโนโลยีชีวภาพเปลี่ยนก๊าซมีเทนเป็นโปรตีนคุณภาพสูงสำหรับอาหารสัตว์โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูก รวมถึงท่าเรือ Kalundborg ที่บริหารจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง
 
Kalundborg Symbiosis เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบอุตสาหกรรมที่พึ่งพากันและกัน ลดของเสีย และประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบให้ประเทศสมาชิกอาเซียนนำไปปรับใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแบบ symbiosis เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรและของเสีย การส่งเสริม ความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน กับชุมชนเพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าหมุนเวียน
 
การได้เรียนรู้จากประสบการณ์จากเดนมาร์กในครั้งนี้จะช่วยเร่งให้อาเซียนเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า และสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเดินทางครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเรียนรู้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำแนวคิดและนวัตกรรมที่พิสูจน์แล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของภูมิภาคอาเซียนต่อไป

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ